Prompt สำเร็จรูป: Copy-Paste ได้เลย สำหรับทุกสายงาน (Marketing, HR, Finance, Dev และอื่นๆ)

Table of Contents

  1. ก่อนอื่น: ทำไม Prompt ถึงสำคัญ?
  2. สูตร RISEN: เขียน Prompt แบบมือโปรใน 5 ขั้นตอน
  3. ❌ vs ✅ ดู Prompt แย่ กับ Prompt ดี ต่างกันยังไง
    1. ตัวอย่างที่ 1: เขียน Email
    2. ตัวอย่างที่ 2: วิเคราะห์ข้อมูล
  4. 🎯 Prompt สำเร็จรูป: Copy-Paste ได้เลย
    1. 🟢 1. Marketing / การตลาด
      1. 1.1 วางแผน Campaign
      2. 1.2 เขียน Social Media Content
      3. 1.3 วิเคราะห์คู่แข่ง
    2. 🔵 2. HR / ทรัพยากรบุคคล
      1. 2.1 เขียน Job Description
      2. 2.2 สร้างคำถามสัมภาษณ์
      3. 2.3 เขียน Onboarding Plan
    3. 🟡 3. Finance / การเงิน
      1. 3.1 สรุป Financial Report
      2. 3.2 สร้าง Budget Proposal
    4. 🟠 4. Sales / การขาย
      1. 4.1 เขียน Sales Proposal
      2. 4.2 เขียน Follow-up Email
    5. 🟣 5. Developer / นักพัฒนา
      1. 5.1 เขียน Code
      2. 5.2 Debug / Review Code
      3. 5.3 เขียน Technical Documentation
    6. 🔴 6. Manager / ผู้จัดการ
      1. 6.1 เขียน OKRs
      2. 6.2 เขียน Performance Review
      3. 6.3 เตรียม Meeting Agenda
    7. ⚫ 7. Content Creator / คนทำ Content
      1. 7.1 วางแผน Content Calendar
      2. 7.2 เขียน Blog Post Outline
      3. 7.3 เขียน Video Script
    8. 🟤 8. Data Analyst / นักวิเคราะห์ข้อมูล
      1. 8.1 วิเคราะห์ข้อมูลและหา Insights
      2. 8.2 เขียน SQL Query
  5. 🔑 เคล็ดลับเพิ่มเติม: ทำให้ Prompt ดีขึ้นอีก
    1. 1. Iterative Prompting: ถามต่อเนื่อง
    2. 2. Meta-Prompting: ให้ AI ช่วยเขียน Prompt
    3. 3. Few-shot: ให้ตัวอย่างที่ต้องการ
    4. 4. Chain of Thought: ให้ AI คิดเป็นขั้นตอน
  6. 📋 สรุป: Cheat Sheet เลือก Template
  7. ปิดท้าย

เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มั้ยครับ?

เปิด ChatGPT หรือ Claude ขึ้นมา… แล้วก็นั่งมองหน้าจอว่างๆ คิดไม่ออกว่าจะพิมพ์อะไรดี สุดท้ายก็พิมพ์ไปว่า “ช่วยเขียน email ให้หน่อย” แล้วก็ได้ email ที่ดูเหมือน robot เขียน ไม่ตรงกับสิ่งที่ต้องการเลย

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ AI ครับ แต่อยู่ที่วิธีที่เราสื่อสารกับมัน

วันนี้ผมจะแจก Prompt สำเร็จรูป ที่คุณ copy-paste ไปใช้ได้เลยทันที แค่เปลี่ยนคำในวงเล็บ [...] ให้ตรงกับงานของคุณ — ไม่ต้องคิดเยอะ ไม่ต้องลองผิดลองถูก


ก่อนอื่น: ทำไม Prompt ถึงสำคัญ?

ลองนึกภาพว่าคุณสั่งอาหาร ถ้าบอกแค่ “เอาข้าวผัด” ก็จะได้ข้าวผัดธรรมดา แต่ถ้าบอกว่า “ข้าวผัดปู ไข่ดาว ไม่เอาผัก เผ็ดน้อย ใส่กล่อง” — จะได้ตรงใจมากกว่า

Prompt ก็เหมือนกันครับ ยิ่งบอกชัด ยิ่งได้ดี

จากงานวิจัยและ best practices ล่าสุดในปี 2025 เราพบว่า prompt ที่มีโครงสร้างชัดเจนให้ผลลัพธ์ดีกว่า prompt ที่เขียนแบบลอยๆ อย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะใช้ ChatGPT, Claude, Gemini หรือ model ไหนก็ตาม


สูตร RISEN: เขียน Prompt แบบมือโปรใน 5 ขั้นตอน

ผมใช้ framework ที่ชื่อว่า RISEN ครับ เป็นสูตรที่ทำให้เขียน Prompt ได้ง่ายและได้ผลดี โดยแต่ละตัวอักษรหมายถึง:

ตัวอักษร ความหมาย อธิบายง่ายๆ
R Role (บทบาท) บอก AI ว่า “แกเป็นใคร”
I Instructions (คำสั่ง) บอกว่า “ต้องการให้ทำอะไร”
S Steps (ขั้นตอน) บอกว่า “ทำยังไง ทีละขั้น”
E Expectations (ความคาดหวัง) บอกว่า “ผลลัพธ์ต้องออกมาแบบไหน”
N Narrowing (ขอบเขต) บอกว่า “ห้ามอะไร จำกัดอะไร”

ฟังดูเยอะ? ไม่ต้องกังวลครับ ผมเตรียม template พร้อมใช้ให้แล้ว แค่ เปลี่ยนคำใน [...] แค่นั้นเอง

RISEN Framework for Prompt Engineering


❌ vs ✅ ดู Prompt แย่ กับ Prompt ดี ต่างกันยังไง

ก่อนไปดู templates ลองดูตัวอย่างเปรียบเทียบกันก่อนครับ:

ตัวอย่างที่ 1: เขียน Email

❌ Prompt แย่:

เขียน email ให้หน่อย

✅ Prompt ดี (ใช้ RISEN):

Role: คุณเป็นผู้จัดการฝ่ายขายที่มีประสบการณ์ 10 ปี

Instructions: เขียน email ติดตามลูกค้าหลังจากนำเสนองานไปแล้ว 3 วัน

Steps:
1. เปิดด้วยการขอบคุณที่ให้เวลา
2. สรุปจุดเด่นของ proposal สั้นๆ 2-3 ข้อ
3. ตอบข้อกังวลเรื่องราคาที่ลูกค้าถามในวันนั้น
4. เสนอ next step ที่ชัดเจน

Expectations: email ยาวไม่เกิน 200 คำ น้ำเสียงเป็นมืออาชีพแต่เป็นกันเอง

Narrowing: ไม่ขายตรง ไม่กดดัน เน้นสร้างความสัมพันธ์

เห็นความต่างมั้ยครับ? Prompt แรกจะได้ email ทั่วๆ ไป แต่ Prompt หลังจะได้ email ที่ตรงจุดและใช้งานได้จริง

ตัวอย่างที่ 2: วิเคราะห์ข้อมูล

❌ Prompt แย่:

วิเคราะห์ยอดขายให้หน่อย

✅ Prompt ดี:

Role: คุณเป็น Data Analyst ที่เชี่ยวชาญด้าน retail analytics

Instructions: วิเคราะห์ข้อมูลยอดขาย Q4/2025 ที่ผมจะให้

Steps:
1. สรุปภาพรวมยอดขายรายเดือน
2. หา top 5 สินค้าขายดีและขายแย่
3. เปรียบเทียบกับ Q3/2025
4. ระบุ pattern หรือ trend ที่น่าสนใจ
5. เสนอ action items 3 ข้อ

Expectations: นำเสนอเป็นตารางและ bullet points ให้อ่านง่าย

Narrowing: ไม่ต้องอธิบายวิธีคำนวณ เน้น insight ที่นำไปใช้ได้เลย

🎯 Prompt สำเร็จรูป: Copy-Paste ได้เลย

ถึงส่วนที่ทุกคนรอแล้วครับ! ด้านล่างนี้คือ Prompt Templates สำหรับ 8 สายงาน ที่คุณ copy ไปใช้ได้ทันที

วิธีใช้: Copy prompt ไปวางใน ChatGPT / Claude / Gemini แล้วเปลี่ยนคำใน [...] ให้ตรงกับงานของคุณ


🟢 1. Marketing / การตลาด

1.1 วางแผน Campaign

Role: คุณเป็น Marketing Strategist ที่มีประสบการณ์ทำ campaign
ให้กับแบรนด์ระดับประเทศ

Instructions: วางแผน marketing campaign สำหรับ [ชื่อสินค้า/บริการ]
ที่ target ไปยัง [กลุ่มเป้าหมาย เช่น ผู้หญิงวัยทำงาน อายุ 25-35 ปี]

Steps:
1. วิเคราะห์ target audience และ pain points
2. กำหนด campaign objective ที่ชัดเจน
3. เสนอ key message และ tagline 3 แบบ
4. แนะนำ channels ที่เหมาะสม (online + offline)
5. วาง timeline คร่าวๆ 1 เดือน
6. กำหนด KPIs ที่วัดผลได้

Expectations: นำเสนอเป็น campaign brief 1 หน้า อ่านง่าย
ใช้ภาษาไทยปนอังกฤษตามปกติในวงการ

Narrowing:
- งบประมาณ [ระบุงบ เช่น 100,000 บาท]
- ระยะเวลา [ระบุ เช่น 1 เดือน]
- ไม่ต้องลงรายละเอียด execution มากเกินไป

1.2 เขียน Social Media Content

Role: คุณเป็น Social Media Content Creator
ที่เข้าใจพฤติกรรมคนไทยบน social media เป็นอย่างดี

Instructions: เขียน [จำนวน เช่น 5] posts สำหรับ [platform เช่น
Facebook/Instagram/TikTok] โปรโมท [สินค้า/บริการ/event]

Steps:
1. เขียน hook ที่ดึงดูดให้หยุดเลื่อน
2. ใส่ content ที่ให้คุณค่า ไม่ใช่แค่ขายของ
3. ปิดด้วย CTA ที่ชัดเจน
4. แนะนำ hashtags ที่เกี่ยวข้อง

Expectations: tone เป็นกันเองแต่น่าเชื่อถือ
แต่ละ post ยาวไม่เกิน [จำนวน เช่น 150] คำ

Narrowing:
- ไม่ใช้คำพูดที่ดูเป็น AI เช่น "ในยุคดิจิทัล" หรือ "ขับเคลื่อน"
- ใช้ภาษาที่คนไทยพูดกันจริงๆ
- brand voice คือ [อธิบาย เช่น สนุก เป็นกันเอง ใกล้ชิด]

1.3 วิเคราะห์คู่แข่ง

Role: คุณเป็น Competitive Intelligence Analyst

Instructions: วิเคราะห์กลยุทธ์การตลาดของ [ชื่อคู่แข่ง]
เทียบกับ [ชื่อแบรนด์เรา]

Steps:
1. สรุป positioning ของคู่แข่ง
2. วิเคราะห์ช่องทางการตลาดที่ใช้
3. วิเคราะห์จุดแข็ง-จุดอ่อน (SWOT สั้นๆ)
4. ระบุ gaps ที่เราสามารถใช้เป็นโอกาส
5. เสนอ action items 3-5 ข้อ

Expectations: นำเสนอเป็นตารางเปรียบเทียบ อ่านง่าย ส่งต่อให้ทีมได้เลย

Narrowing: เน้นข้อมูลที่เป็น actionable ไม่ต้องลงลึกเรื่อง
financial data

🔵 2. HR / ทรัพยากรบุคคล

2.1 เขียน Job Description

Role: คุณเป็น HR Manager ที่เชี่ยวชาญเรื่อง talent acquisition

Instructions: เขียน Job Description สำหรับตำแหน่ง [ชื่อตำแหน่ง]

Steps:
1. เขียน job title และ summary ของตำแหน่ง (2-3 ประโยค)
2. ระบุ responsibilities หลัก 5-7 ข้อ
3. ระบุ qualifications ที่ต้องมี (must-have)
4. ระบุ qualifications ที่มีจะดี (nice-to-have)
5. อธิบาย benefits และวัฒนธรรมองค์กรสั้นๆ

Expectations: เขียนในโทนที่ดึงดูด talent ไม่ใช่แค่ list
คุณสมบัติแห้งๆ อ่านแล้วอยากสมัคร

Narrowing:
- บริษัท [ชื่อบริษัท] อยู่ในอุตสาหกรรม [ระบุ]
- ขนาด [จำนวนพนักงาน]
- report to [ตำแหน่งหัวหน้า]
- รูปแบบการทำงาน [onsite/hybrid/remote]
- ไม่ต้องใส่ range เงินเดือน

2.2 สร้างคำถามสัมภาษณ์

Role: คุณเป็น Hiring Manager ที่ต้องการประเมินผู้สมัคร
อย่างรอบด้าน

Instructions: สร้างชุดคำถามสัมภาษณ์สำหรับตำแหน่ง [ชื่อตำแหน่ง]

Steps:
1. คำถาม behavioral 3 ข้อ (ใช้ STAR method)
2. คำถาม technical/skill-based 3 ข้อ
3. คำถาม culture fit 2 ข้อ
4. คำถาม situational 2 ข้อ
5. สำหรับแต่ละคำถาม ให้บอกด้วยว่า "คำตอบที่ดี" ควรมี
   element อะไรบ้าง

Expectations: คำถามที่ไม่ซ้ำกับคำถามทั่วๆ ไป
ลึกพอที่จะแยก candidate ดีออกจาก candidate ธรรมดา

Narrowing:
- ระดับ [junior/mid/senior]
- ทักษะที่สำคัญที่สุด: [ระบุ เช่น problem-solving, leadership]
- ไม่ถามคำถามที่มี bias เรื่อง เพศ อายุ สถานภาพ

2.3 เขียน Onboarding Plan

Role: คุณเป็น HR Specialist ด้าน Employee Experience

Instructions: สร้าง onboarding plan 30-60-90 วัน สำหรับ
พนักงานใหม่ตำแหน่ง [ชื่อตำแหน่ง]

Steps:
1. สัปดาห์ที่ 1: orientation และ setup (รายการสิ่งที่ต้องทำ)
2. วันที่ 1-30: learning phase (เรียนรู้อะไรบ้าง)
3. วันที่ 31-60: contribution phase (เริ่มทำอะไรได้)
4. วันที่ 61-90: impact phase (คาดหวังผลลัพธ์อะไร)
5. ระบุ check-in points และ success metrics

Expectations: เป็น checklist ที่ manager และพนักงานใหม่
ใช้ร่วมกันได้เลย มี checkbox สำหรับ tick ✓

Narrowing:
- แผนก [ระบุ]
- buddy/mentor คือ [ระบุถ้ามี]
- ใช้ tools หลักคือ [ระบุ เช่น Slack, Notion, Google Workspace]

🟡 3. Finance / การเงิน

3.1 สรุป Financial Report

Role: คุณเป็น Financial Analyst ที่เชี่ยวชาญเรื่องการนำเสนอ
ข้อมูลการเงินให้ผู้บริหารเข้าใจง่าย

Instructions: สรุป financial data ที่ผมจะให้
เป็น executive summary

Steps:
1. สรุปตัวเลขสำคัญ (revenue, expenses, net profit)
2. เปรียบเทียบ YoY หรือ QoQ
3. ระบุ highlights (สิ่งที่ดี) และ concerns (สิ่งที่น่ากังวล)
4. เสนอ recommendations 3 ข้อ

Expectations: สรุปไม่เกิน 1 หน้า ใช้ตาราง
ผู้บริหารอ่าน 2 นาทีแล้วเข้าใจ

Narrowing:
- ช่วงเวลา [ระบุ เช่น Q4/2025]
- เน้น metric ที่ [ระบุ เช่น gross margin, cash flow]
- ไม่ต้องอธิบายสูตรคำนวณ

3.2 สร้าง Budget Proposal

Role: คุณเป็น Finance Manager ที่เขียน budget proposal
ให้ผ่านอนุมัติได้เสมอ

Instructions: สร้าง budget proposal สำหรับ [โปรเจค/แผนก/กิจกรรม]

Steps:
1. Executive summary (ทำไมต้องใช้เงินนี้)
2. รายละเอียดค่าใช้จ่ายแต่ละหมวด
3. Expected ROI หรือ business impact
4. Timeline การใช้งบ
5. Risk assessment สั้นๆ
6. ข้อเสนอ alternatives (plan B ถ้างบถูกตัด)

Expectations: format ที่ CFO อ่านแล้ว approve ได้เลย
มีตัวเลขชัดเจน มี justification ทุกรายการ

Narrowing:
- วงเงินรวม [ระบุ]
- ระยะเวลา [ระบุ]
- ต้อง align กับ [ระบุเป้าหมายบริษัท เช่น cost reduction]

🟠 4. Sales / การขาย

4.1 เขียน Sales Proposal

Role: คุณเป็น Senior Sales Consultant ที่ปิดดีลมาแล้ว
หลายร้อยล้าน

Instructions: เขียน sales proposal สำหรับนำเสนอ [สินค้า/บริการ]
ให้กับ [ชื่อบริษัทลูกค้า / ประเภทลูกค้า]

Steps:
1. เปิดด้วย pain point ของลูกค้า (ไม่ใช่เปิดด้วยแนะนำตัวเอง)
2. นำเสนอ solution ที่ตอบ pain point
3. ใส่ social proof (case study / testimonials / ตัวเลข)
4. สรุป package และราคา
5. ปิดด้วย next step ที่ชัดเจน

Expectations: proposal 2-3 หน้า
อ่านง่าย มี visual hierarchy ชัดเจน
ไม่เยิ่นเย้อ ทุกย่อหน้ามีค่า

Narrowing:
- ลูกค้าอยู่ในอุตสาหกรรม [ระบุ]
- ปัญหาหลักของลูกค้าคือ [ระบุ]
- งบประมาณประมาณ [ระบุ]
- decision maker คือ [ระบุตำแหน่ง เช่น CEO, CTO]

4.2 เขียน Follow-up Email

Role: คุณเป็น Sales Professional ที่เก่งเรื่อง relationship selling

Instructions: เขียน follow-up email หลังจาก [สถานการณ์ เช่น
นำเสนองาน / ส่ง proposal / พบลูกค้าในงาน event]

Steps:
1. เปิดด้วยการอ้างอิงการพบกันครั้งก่อน (ให้เฉพาะเจาะจง)
2. สรุป value proposition สั้นๆ 1-2 ประโยค
3. ตอบคำถามหรือข้อกังวลที่ลูกค้าเคยถาม
4. เสนอ next step พร้อม deadline ชัดเจน

Expectations: email ไม่เกิน 150 คำ
tone เป็นมืออาชีพแต่ warm ไม่ pushy

Narrowing:
- ชื่อลูกค้า [ระบุ]
- พบกันเมื่อ [ระบุ]
- ข้อกังวลหลักของลูกค้าคือ [ระบุ]
- ไม่ลดราคา ไม่ให้ส่วนลด

🟣 5. Developer / นักพัฒนา

5.1 เขียน Code

Role: คุณเป็น Senior [ภาษา เช่น Python/JavaScript/TypeScript]
Developer ที่เขียน code สะอาด อ่านง่าย

Instructions: เขียน [อธิบายสิ่งที่ต้องการ เช่น function ที่ validate
email address / API endpoint สำหรับ user registration]

Steps:
1. เขียน code พร้อม comments อธิบาย
2. จัดการ edge cases
3. เขียน error handling
4. เขียน unit test อย่างน้อย 3 cases
5. อธิบาย design decisions สั้นๆ

Expectations: code ที่ production-ready
ตาม best practices ของ [framework/language]
ใช้ naming convention ที่ consistent

Narrowing:
- ใช้ [framework/library เช่น Express.js, FastAPI]
- [ภาษา version เช่น Python 3.11, Node 20]
- ไม่ใช้ deprecated APIs
- รองรับ [ระบุ เช่น concurrent users, large datasets]

5.2 Debug / Review Code

Role: คุณเป็น Senior Developer ที่ทำ code review มามากกว่า
10 ปี

Instructions: review code ด้านล่างนี้ แล้วบอกปัญหาและวิธีแก้

[วาง code ที่ต้องการ review ตรงนี้]

Steps:
1. ระบุ bugs หรือ logical errors
2. ชี้ security vulnerabilities (ถ้ามี)
3. แนะนำ performance improvements
4. เสนอ code ที่แก้ไขแล้ว
5. ให้คะแนน code quality 1-10 พร้อมเหตุผล

Expectations: feedback ที่ constructive เจาะจง
ไม่ใช่แค่บอกว่า "ควรปรับปรุง" แต่บอกว่า "ปรับยังไง"

Narrowing:
- เน้น [ระบุ เช่น security / performance / readability]
- สำหรับ [ระบุ environment เช่น production / prototype]

5.3 เขียน Technical Documentation

Role: คุณเป็น Technical Writer ที่เขียน documentation
ให้ developer อ่านแล้วใช้ได้เลย

Instructions: เขียน documentation สำหรับ [API / feature / system]

Steps:
1. Overview: อธิบายว่ามันคืออะไร ทำอะไรได้
2. Quick Start: วิธีเริ่มใช้งานแบบเร็วที่สุด
3. API Reference: endpoints, parameters, responses
4. Examples: ตัวอย่าง code ที่ใช้งานจริง 2-3 กรณี
5. Troubleshooting: ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้

Expectations: style เหมือน documentation ของ Stripe หรือ Vercel
อ่านง่าย มี code blocks ใช้ได้จริง

Narrowing:
- เขียนสำหรับ developer ที่มีประสบการณ์ [ระบุ เช่น mid-level]
- ใช้ [ภาษา/framework] เป็นตัวอย่างหลัก
- ไม่ต้องอธิบาย concept พื้นฐาน

🔴 6. Manager / ผู้จัดการ

6.1 เขียน OKRs

Role: คุณเป็นที่ปรึกษาด้าน Performance Management
ที่ช่วยบริษัท Fortune 500 ตั้ง OKRs

Instructions: สร้าง OKRs สำหรับ [ชื่อทีม/แผนก]
ใน [ไตรมาส/ปี]

Steps:
1. กำหนด Objective 2-3 ข้อที่ ambitious แต่ achievable
2. สำหรับแต่ละ Objective ให้มี Key Results 3 ข้อ
3. Key Results ต้องวัดผลได้เป็นตัวเลข
4. เสนอ initiatives (สิ่งที่ต้องทำ) สำหรับแต่ละ KR
5. ระบุ dependencies กับทีมอื่น (ถ้ามี)

Expectations: OKRs ที่ align กับเป้าหมายบริษัท
ไม่ใช่แค่ "ทำงานให้ดีขึ้น" แต่ต้องเจาะจงและวัดได้

Narrowing:
- เป้าหมายใหญ่ของบริษัทคือ [ระบุ]
- ทีมมี [จำนวน] คน
- ปัญหาหลักของทีมตอนนี้คือ [ระบุ]
- ไม่เกิน 3 Objectives

6.2 เขียน Performance Review

Role: คุณเป็น People Manager ที่เก่งเรื่องให้ feedback
ที่สร้างสรรค์

Instructions: ช่วยเขียน performance review สำหรับลูกทีม

Steps:
1. สรุป achievements หลักในช่วงที่ผ่านมา
2. ระบุ strengths 2-3 ข้อ พร้อมตัวอย่างเจาะจง
3. ระบุ areas for improvement 1-2 ข้อ
   พร้อม actionable suggestions
4. กำหนด development goals สำหรับช่วงถัดไป
5. Overall rating และ summary

Expectations: tone ที่ supportive แต่ honest
ไม่พูดแต่สิ่งดีๆ แต่ก็ไม่กดให้ต่ำ
ใช้ข้อเท็จจริง ไม่ใช่ความรู้สึก

Narrowing:
- ชื่อพนักงาน [ระบุ] ตำแหน่ง [ระบุ]
- ช่วงเวลาที่ review [ระบุ]
- ผลงานสำคัญที่ทำได้: [ระบุ]
- สิ่งที่ต้องปรับปรุง: [ระบุ]

6.3 เตรียม Meeting Agenda

Role: คุณเป็น Productivity Coach ที่เชี่ยวชาญเรื่อง
effective meetings

Instructions: สร้าง meeting agenda สำหรับ [ประเภทประชุม
เช่น weekly team sync / project kickoff / quarterly review]

Steps:
1. กำหนด meeting objective (จบประชุมแล้วต้องได้อะไร)
2. จัดลำดับ agenda items ตามความสำคัญ
3. กำหนดเวลาสำหรับแต่ละ item
4. ระบุ owner ของแต่ละ agenda item
5. เตรียม pre-read (สิ่งที่ต้องอ่านก่อนประชุม)

Expectations: agenda ที่ทำให้ประชุม productive
ไม่ใช่แค่ list หัวข้อ แต่มี structure ชัดเจน

Narrowing:
- ระยะเวลาประชุม [ระบุ เช่น 45 นาที]
- ผู้เข้าร่วม [ระบุ จำนวนและ role]
- ประเด็นหลักที่ต้อง discuss: [ระบุ]

⚫ 7. Content Creator / คนทำ Content

7.1 วางแผน Content Calendar

Role: คุณเป็น Content Strategist ที่เข้าใจ
algorithm ของ social media ทุก platform

Instructions: สร้าง content calendar 1 เดือน
สำหรับ [แบรนด์/บุคคล] บน [platform]

Steps:
1. กำหนด content pillars 3-4 หมวด
2. วาง posting schedule (วันไหน เวลาไหน)
3. สำหรับแต่ละ post ให้มี:
   - หัวข้อ/มุม
   - format (รูป, video, carousel, text)
   - hook สั้นๆ
4. ระบุ posts ที่ควร boost/promote

Expectations: calendar ที่ balanced ระหว่าง
educate / entertain / engage / sell

Narrowing:
- เป้าหมายหลักคือ [ระบุ เช่น เพิ่ม followers / สร้าง leads]
- โพสต์ [จำนวน] ครั้งต่อสัปดาห์
- หัวข้อหลักที่ focus: [ระบุ]
- ไม่ทำ content ประเภท [ระบุ เช่น controversial, การเมือง]

7.2 เขียน Blog Post Outline

Role: คุณเป็น SEO Content Writer ที่เขียนบทความ
ติด Google หน้าแรกได้

Instructions: สร้าง outline สำหรับบทความเรื่อง [หัวข้อ]

Steps:
1. เสนอ title 3 แบบที่ SEO-friendly
2. เขียน meta description (155 ตัวอักษร)
3. วาง heading structure (H2, H3)
4. สำหรับแต่ละ section ให้ระบุ:
   - main point
   - supporting evidence / example
   - estimated word count
5. แนะนำ internal/external links ที่ควรใส่

Expectations: outline ที่ครบถ้วน
writer คนไหนเอาไปเขียนต่อก็ได้

Narrowing:
- target keyword: [ระบุ]
- ความยาวบทความ [ระบุ เช่น 2,000 คำ]
- target audience: [ระบุ]
- tone: [ระบุ เช่น professional, friendly, academic]

7.3 เขียน Video Script

Role: คุณเป็น YouTube/TikTok Scriptwriter ที่เข้าใจ
จังหวะการเล่าเรื่องที่ทำให้คนดูจนจบ

Instructions: เขียน script สำหรับ video เรื่อง [หัวข้อ]
ความยาว [ระบุ เช่น 5 นาที / 60 วินาที]

Steps:
1. Hook (3 วินาทีแรกที่ต้องดึงคนดู)
2. Setup (ทำไมเรื่องนี้สำคัญ)
3. Content หลัก (แบ่งเป็น points ชัดเจน)
4. Climax / twist / insight ที่น่าสนใจ
5. CTA (subscribe, comment, share)

Expectations: script ที่อ่านออกเสียงแล้วเป็นธรรมชาติ
ไม่เป็นทางการเกินไป มี [VISUAL] tags บอกว่าควรแสดงภาพอะไร

Narrowing:
- platform: [YouTube / TikTok / Instagram Reels]
- style: [ระบุ เช่น talking head, tutorial, storytelling]
- กลุ่มเป้าหมาย: [ระบุ]

🟤 8. Data Analyst / นักวิเคราะห์ข้อมูล

8.1 วิเคราะห์ข้อมูลและหา Insights

Role: คุณเป็น Senior Data Analyst ที่เก่งเรื่องเล่า story
จากข้อมูล

Instructions: วิเคราะห์ข้อมูลที่ผมจะให้ แล้วหา insights สำคัญ

[วางข้อมูล / อธิบาย dataset ตรงนี้]

Steps:
1. ตรวจสอบคุณภาพข้อมูลเบื้องต้น
2. สรุป descriptive statistics
3. หา patterns, trends, anomalies
4. ระบุ correlations ที่น่าสนใจ
5. แปลง data เป็น business insights
6. เสนอ recommendations พร้อมเหตุผล

Expectations: นำเสนอแบบที่คนที่ไม่ใช่สาย data
ก็เข้าใจได้ ใช้ภาษาธรรมดา ไม่ใช่ศัพท์เทคนิคเยอะ

Narrowing:
- เน้นตอบคำถาม: [ระบุ เช่น "ทำไมยอดขายลดลง"]
- ช่วงเวลา: [ระบุ]
- ไม่ต้องเขียน code เน้น insights

8.2 เขียน SQL Query

Role: คุณเป็น Database Engineer ที่เชี่ยวชาญ SQL optimization

Instructions: เขียน SQL query สำหรับ [อธิบายสิ่งที่ต้องการ]

Steps:
1. เขียน query ที่ตรง requirement
2. อธิบาย logic ทีละ step
3. เสนอ index ที่ควรมี (ถ้า performance สำคัญ)
4. เขียน alternative approach (ถ้ามีวิธีอื่น)

Expectations: query ที่ efficient อ่านง่าย
มี comments อธิบาย

Narrowing:
- Database: [MySQL / PostgreSQL / BigQuery / etc.]
- ตาราง: [ระบุ schema เช่น users(id, name, email, created_at)]
- ข้อมูลประมาณ [จำนวน] rows

🔑 เคล็ดลับเพิ่มเติม: ทำให้ Prompt ดีขึ้นอีก

1. Iterative Prompting: ถามต่อเนื่อง

ไม่จำเป็นต้องยัดทุกอย่างใน prompt เดียว ถามต่อได้:

[หลังจากได้ผลลัพธ์แรก]

"ดีมาก แต่ช่วยปรับให้ [ระบุ เช่น สั้นลง / เป็นทางการมากขึ้น /
เพิ่มตัวอย่าง / เปลี่ยน tone เป็น...] ได้มั้ย?"

2. Meta-Prompting: ให้ AI ช่วยเขียน Prompt

ถ้ายังคิด prompt ไม่ออก ลองถามแบบนี้:

ผมต้องการ [อธิบายสิ่งที่ต้องการ] ช่วยเขียน prompt ที่ดีที่สุด
สำหรับงานนี้ให้หน่อย โดยใช้โครงสร้าง RISEN
(Role, Instructions, Steps, Expectations, Narrowing)

3. Few-shot: ให้ตัวอย่างที่ต้องการ

เขียนให้ในสไตล์แบบนี้:

[วางตัวอย่างที่ชอบ 1-2 อัน]

ใช้ tone และ format เดียวกัน แต่เปลี่ยนเนื้อหาเป็นเรื่อง [หัวข้อใหม่]

4. Chain of Thought: ให้ AI คิดเป็นขั้นตอน

ก่อนตอบ ให้คิดเป็นขั้นตอนดังนี้:
1. วิเคราะห์สิ่งที่ผมถามก่อน
2. ระบุ assumptions ที่ใช้
3. แล้วค่อยให้คำตอบ

📋 สรุป: Cheat Sheet เลือก Template

คุณต้องการ… ใช้ Template Section
วาง campaign Marketing 1.1 🟢
เขียน post social Marketing 1.2 🟢
วิเคราะห์คู่แข่ง Marketing 1.3 🟢
เขียน JD HR 2.1 🔵
เตรียมคำถามสัมภาษณ์ HR 2.2 🔵
ทำ onboarding plan HR 2.3 🔵
สรุปงบการเงิน Finance 3.1 🟡
เขียน budget proposal Finance 3.2 🟡
เขียน proposal ขาย Sales 4.1 🟠
เขียน follow-up email Sales 4.2 🟠
เขียน code Dev 5.1 🟣
review code Dev 5.2 🟣
เขียน documentation Dev 5.3 🟣
ตั้ง OKRs Manager 6.1 🔴
เขียน performance review Manager 6.2 🔴
เตรียม meeting Manager 6.3 🔴
วาง content calendar Content 7.1 ⚫
outline บทความ Content 7.2 ⚫
เขียน video script Content 7.3 ⚫
วิเคราะห์ข้อมูล Data 8.1 🟤
เขียน SQL Data 8.2 🟤

Prompt Templates by Role Cheat Sheet


ปิดท้าย

Prompt ที่ดีไม่ได้ต้องยาวหรือซับซ้อน แต่ต้อง ชัดเจน ครับ

แค่จำสูตร RISEN:

  • Role: บอก AI ว่าเป็นใคร
  • Instructions: บอกว่าทำอะไร
  • Steps: บอกว่าทำยังไง
  • Expectations: บอกว่าอยากได้แบบไหน
  • Narrowing: บอกว่าห้ามอะไร

แล้วก็ copy template ที่ตรงกับงานของคุณไปใช้ได้เลย ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ทุกครั้ง

สิ่งที่ผมอยากให้ลองทำคือ: เลือก template 1 อัน → ใช้กับงานจริงวันนี้ → แล้วค่อยๆ ปรับให้เข้ากับสไตล์ตัวเอง ทำแค่นี้ คุณจะใช้ AI ได้ดีกว่า 90% ของคนทั่วไปแล้วครับ 🚀